Skip to main content

คุณไม่ได้ขี้เกียจ แต่มือถือมันขโมยเวลาคุณไป

เคยสังเกตตัวเองว่าเราติดมือถือเกินไปหรือเปล่า มันกินเวลาชีวิตเราไปไหม มาลองตรวจสอบตัวเองด้วยคำถามชุดนี้กัน

  1. หลังจากตื่นนอน ใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะเช็คมือถือ
  2. วันนึงคุณปลดล็อคหน้าจอกี่ครั้ง
  3. ถ้าไม่ได้แตะ หรือเช็คมือถือสัก 1 ชั่วโมง จะรู้สึกกระวนกระวาย หรือวิตกกังวลไหม (อยู่ไม่สุข)
  4. คุณเช็คมือถือในที่ที่ไม่ควรเช็คหรือเปล่า เช่น ตอนเรียน ตอนคุยกับคนอื่นอยู่
  5. คุณเคยหลุดเข้าไปอยู่ในการไถมือถือเป็นชั่วโมง โดยไม่ได้ตั้งใจไหม

นี่เป็นคำถามที่ผมได้มาจากคลิป “The Attention Economy Is Everywhere. Self-Hosting Is the Escape” ช่อง Nathan Laundry

ถ้าใครเช็คแล้ว 5 ข้อนี้ดูไม่มีอาการที่จะติดมือถือเลย ผมยินดีด้วย แต่เอาตามตรงผมนี่โดนเกือบทุกข้อ(ได้ไงครับเนี่ย!!) แล้วจริงๆคำถามที่เอาไว้ถามคนที่อยากรู้ว่าตัวเองติด “นิโคติน” รึเปล่าก็คล้ายๆกันเลย(แปลว่าอาการไม่ต่างกันสินะ 😳)

ในคลิป Nathan ก็พูดเรื่อง Attention Economy (เศรษฐกิจความสนใจ) ว่าเราทุกคน(รวมถึงที่อ่านกันอยู่ตอนนี้) กำลังโดนตรึงความสนใจให้อยู่บน Social Network แบบไม่มีที่สิ้นสุด ติดมัน เช็คบ่อยๆ ไถไปได้เรื่อยๆ ไม่มีทางออก

ซึ่งไอ้การไถไปเรื่อยๆ หรือ Doomscrolling มันก็ดันส่งผลต่อสุขภาพจิตได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็น

  • ความเครียด วิตกกังวล หรือภาวะซึมเศร้า จากการเสพข่าวร้ายหรือติดตาม social มากเกินไป
  • นอนไม่หลับ เพราะสมองถูกกระตุ้นมากเกินไป (amygdala hyperactivation)
  • ไปจนถึงความพึงพอใจในชีวิตลดลง(อย่างในไทยมีแต่คนรวยใน feed มาประเคนตลอดขนาดนั้น 😎)

❤️‍🩹 แก้ยังไงดีล่ะ? #

Nathan เสนอทางออกว่ามันไม่ใช่การ “เลิก” ใช้เทคโนโลยีไปแบบถาวร เพราะยังไงเราก็ต้องใช้มันติดต่อกับคนอื่นหรือทำงานบ้าง แต่เราต้องดึงเอา “ความสนใจ” ของเรากลับคืนมาจากสิ่งเร้าต่างๆใน social media ตัดมันออกไป เราคือคนเลือกความสนใจ ไม่ใช่ algorithm ที่คัดของมาให้เรา ผ่าน 3 อย่าง

  1. ลง Browser Extension: ที่เอาไว้ block พวก feed หรือ UX ต่างๆในเว็บ social media ที่ทำให้เราถูกกระตุ้นอย่าง Unhook หรือ Uninternet (อันนี้บอกเลยว่าเว็บจืดชิดมาก เหลือแต่ช่อง search 🥲)
  2. สร้าง Home Lab server: ใช้เอง แทนที่จะไปใช้บริการ Streaming ที่พร้อมจะดึงความสนใจของเราให้อยู่กับมันไปเรื่อยๆ เช่นใช้ Jellyfin แทน Netflix ไปเลย(แล้วผมจะไปหาหนังมาจากไหนเองล่ะยุคนี้)
  3. เปลี่ยนคอมหรือมือถือของเราให้ปราศจากสิ่งเร้า: ลง Linux เลยไหม ใช้ Windows หลังๆชอบมีโฆษณาเยอะแยะ หรือทำให้มือถือกลายเป็นโทรศัพท์โล่งๆ หรือเปลี่ยนไปใช้พวก minimal phone ไปเลย(อันนี้ก็หนักไป้!!)

🤔 แล้วต้นว่าไง? #

ยอมรับก่อนเลยว่าผมก็ค่อนข้างติดเช็คมือถือจริงๆ ยิ่งยุคนี้ระหว่างรอ AI มันเขียน code ให้ ผมก็หยิบมือถือมาไถตลอด ยิ่งชีวิตหรืองานที่ต้องทำมันอยู่กับหน้าจอขนาดนี้ โอกาสถูกกระตุ้นย่อมเยอะกว่าคนอื่นๆ ก็คงต้องทำอะไรสักอย่างกับตัวเองแน่ๆแหละ แต่ไม่ไปถึงขั้น Home Lab หรือเปลี่ยนมือถือแบบที่ Nathan แนะนำมาแน่ๆ(อยู่ๆจะหาเรื่องเสียเงินเพิ่มเพื่อ??)

🖥️ 1. จัดการ Screen Time ของตัวเอง #

ผมใช้ Apple Device แล้วมันมีมีสิ่งที่เรียกว่า Screen Time ให้อยู่ใน Settings เราสามารถกำหนด

  • ดูสถิติการใช้งานอุปกรณ์ของเราได้หมดเลย ไม่ว่าจะเป็นเปิด app ไหนนานเท่าไหร่ มี Notification เข้ามากี่ครั้งต่อวัน แล้วมาจาก app ไหนบ้าง
  • App Limit ตัวเองต่อวันได้ว่าจะใช้แต่ละ app ได้กี่ชั่วโมงหรือนาที ผมสามารถกำหนด Quota ให้ตัวเองใช้ Facebook, X, Tiktok ได้แค่หลักนาทีต่อวัน ไม่ให้เกินชั่วโมง เพื่อป้องกัน Doomscrolling โดยไม่ได้ตั้งใจ

📱 2. จัดการหน้าจอมือถือใหม่ (Home Screen) #

จากหนังสือ Atomic Habits วิธีกำจัดนิสัยที่ไม่ดี ก็คือ ทำให้มองไม่เห็น!! เราจะได้ไม่ถูกกระตุ้น หรือทำให้เข้าถึงยากไว้ก่อนดีที่สุด แต่จะให้ไปซื้อ app ใหม่มาเปลี่ยนหน้าจอแบบ Dumb Phone มาทำ widget เรียบๆแทนหน้า Home แบบเดิมก็ไม่ใช่ทางของผม เราไม่ต้องจ่ายเพิ่มก็ได้

ปกติเลย Social app ทั้งหลายของผมจะถูกวางไว้หน้าแรกเสมอ เท่านั้นไม่พอ!! ตำแหน่งของ App icon จะอยู่ใกล้นิ้วโป้งผมเสมอ เพื่อทำให้เข้าถึงง่ายที่สุด(ตั้งใจวางงานตัวเองสุดๆ!! UX ที่คิดมาอย่างดี) ต่อไปนี้ผมจะย้ายมันไปอยู่หน้าหลังๆ ต้องปัด 2-3 ครั้ง หรือลบมันออกจาก Home ไปเลย อยากใช้ Facebook, X, TikTok ก็พิมพ์ค้นหาเอา ไม่เห็นย่อมดีกว่า!!

แล้วเอา Widget กับ App สำคัญๆมาวางในหน้าแรกแทน เช่นพวก Notes, Health, AirVisual(ไว้เช็คฝุ่น) หรือพวก Fitness app และในไทยขาดไม่ได้ app ธนาคารยังไงล่ะ!!

🔴 3. ซ่อน Badge(ตุ่มแดง) ไปเลย #

อันนี้ไม่รู้ใครเป็นเหมือนกันไหม แต่ผมเป็นคือผมเห็น Badge แดงๆไม่ได้ ต้องกดไปเคลียร์ สำหรับผมแล้วนี่มันเป็นตัวกระตุ้นชั้นดีเลย และเราปิดมันได้ที่ Settings ของแต่ละ app เอง(งานถึกเล็กน้อย)

🔍 4. สร้าง Focus Mode ไว้เลยตามช่วงจังหวะชีวิต #

ในหนึ่งวันผมต้อง Focus กับอะไรบางอย่าง เปลี่ยนไปตามช่วงเวลา เช่น

  • เวลาทำงาน
  • เวลาออกกำลังกาย
  • เวลาอ่านหนังสือ
  • หรือแม้แต่เวลาเอามาเขียนบทความนี่ก็ใช่!!

การสร้าง Focus mode เอาไว้แล้วกำหนดไว้เลยว่า Notification ไหนที่ผมจะอนุญาตให้มันเด้งในเวลานั้นๆได้ อันนี้ก็จะช่วยลดการถูกกระตุ้นได้เป็นอย่างดี แถม Focus Mode มันยังช่วยเปลี่ยนหน้า Home ให้เป็นหน้าตามที่เราต้องการในเวลานั้นๆ ได้ด้วยนะ เช่น เวลาออกกำลังหน้าแรกก็จะมีแต่ Widget และ app ที่เกี่ยว Fitness ไปเลย หรือตอนอ่านหนังสือก็มีแค่ Pomodoro บนจนพออะไรแบบนั้น

🔥 5. หาความสนใจใหม่ๆ เพื่อดึงตัวเองออกจากมือถือให้นานโดยไม่รู้ตัว #

ผมไปเจอกิจกรรมนึงที่ทำให้ผมลืมหยิบมือถือได้ นั่นก็คือการ “ย่างเนื้อ 🥩” บอกเลยว่าตั้งแต่ละลายเนื้อ > หมัก > ก่อไฟ ไปจนถึงย่าง ใช้เวลาเป็นชั่วโมงแต่แทบไม่สนใจหยิบมือถือเลย (อย่างมากก็แค่ใส่หูฟัง แล้วฟัง Podcast ไปด้วย)

ลองหากิจกรรมใหม่ๆ ให้ตัวเองได้ดึงความสนใจจากหน้า Feed ดูครับ มันมีแหละ แค่ต้องหา​… สรุปไถ Feed เพื่อหากิจกรรมใหม่รัวๆ 🤣


ทั้งหมดนี้คงช่วยได้แค่ลดแรงกระตุ้น แต่หลักๆยังเป็นที่ตัวเรานี่แหละว่าจะจัดการมันได้ไหม เดี๋ยวไว้มา update กันต่อปีหน้าครับ

ใครเป็นเหมือนกันลองมาเล่าให้ฟังใน comment กันได้นะครับ หรือใครที่ผ่านมาได้แล้วทำกันยังไงบอกกันหน่อยเด้อ ผมรออ่านอยู่


ใครอยากฟัง Nathan เต็มๆดูที่นี่ได้เด้อ https://www.youtube.com/watch?v=PUtG4Zmd_AY